wattanunv8 หน้าแรก | สมาชิก    ปฏิทิน   

 | เข้าสู่ระบบ  

  เข้าสู่ระบบ     สมัครสมาชิก | หน้าหลัก     ค้นหาบทความ     อัลบั้มรูปภาพ     เนื้อหาเพิ่มเติม     เพื่อนสมาชิก   



สืบค้นข้อมูล
• google

กิจกรรม

ร้าน CD ในตำนาน

ร้าน CD ในตำนาน

ได้ข่าวร้านซีดีปิดไปหลายร้าน ก็พาลให้สะท้อนใจ เอาบทความนี้มาให้อ่านค่ะ...

ร้าน CD ในตำนาน

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผมได้ไปงานศพพ่อของคุณบี๋ คณาคำ อภิรดี ที่วัดธาตุทอง แต่ด้วยกลัวรถติดเลยไปถึงเร็ว ทำให้มีเวลาเแวะไปเดินเล่นที่ห้างเมเจอร์สาขาเอกมัย เห็นบรรยากาศในห้างเงียบเหงาลงมากกว่าที่เคยมาเดินตอนเปิดใหม่ๆ

แล้วก็ได้แวะร้าน Music One หนึ่งในร้านcd ในตำนานที่ผมเป็นลูกค้าและเคยเป็นสมาชิกอยู่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว แต่สาขาที่ไปซื้อบ่อยๆคือที่สีลมและสาขา World Trade Center วันนั้น..ผมได้เห็น Music One ที่สาขาเมเจอร์เอกมัยแล้ว รู้สึกหดหู่ใจกับวงการเพลง เมื่อได้เห็นร้านcd ซึ่งเปิดมายาวนานนับสิบปี เป็นร้านซึ่งมีแผ่นนำเข้าจากนอกที่หายากๆมากมายละลานตา และเมื่อได้หลุดเข้าไปทีไรไอ้คนบ้าเพลงอย่างผมต้องเสียเวลาหลายๆชั่วโมง และมีหลายๆคนคงเป็นอย่างผม "ขอนอนที่นี่เลยได้ไหม" ทำอย่างกับเจอสาวๆถูกใจยังงั้นแหละ

ผมจำได้ว่าแผ่นราคาสูงที่สุดที่ซื้อจาก Music One สีลมในสมัยนั้นคือ David Gates (แผ่นญี่ปุ่น) ในราคา 760 บาท จากนั้นผมก็ได้เป็นลูกค้า "บ้าแผ่น" มาเรื่อยๆ
Music One ที่ผมแวะไปที่เมเจอร์ในวันนั้น ปัจจุบันได้แบ่งส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของห้องคาราโอเกะ 3-4 ห้อง ซึ่งเขามีไว้ให้วัยรุ่นเข้าไปหมกตัวร้องเพลงกันตามห้างนั่นแหละ มันเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นยุคตกต่ำที่สุดของร้านcd!!!

ผมได้เดินดูแผ่นทั่วทั้งร้าน ยังเห็นอัลบั้มจากหลายๆศิลปินที่หายากอีกมาก แต่สภาพค่อนข้างเก่าเพราะพวกเขานอนแช่อยู่ที่ร้านกันมานานหลายปีแล้ว จากสาขานู้นวนมาสาขานี้ ผมเดินมาถึงหิ้งท้ายๆที่มีป้ายว่า Audiophile แต่สินค้าที่วางกลับเป็นพวก Box Set แทน ผมอยากจะช่วยอุดหนุนและเป็นกำลังใจให้ จึงเลือกซื้อ Box Set 3 แผ่นของ Cilla Produced by George Martin ราคาสองพันกว่าบาท ลดแล้วเหลือ 1600 กว่าๆ สภาพที่เห็นก็คือเป็นกล่องสีขาว แต่ด้านบนกล่องกลับเป็นสีเหลืองอ๋อย จะขาวจั๊วะก็แต่ด้านล่างซึ่งไม่ได้ถูกแสงมาเกือบๆ10 ปีแล้วกระมัง

เมื่อผมไปจ่ายเงินก็ได้สอบถามพนักงานถึงสภาพของร้าน ได้ความรวมๆว่าที่นี่จะเป็นสาขาสุดท้ายที่เหลือของ Music One แล้ว เพราะยังเซ้งให้ใครไม่ได้ เนื่องจากสัญญาเซ้งยังไม่ครบทั้งหมด 30 ปี ร้านจึงยังต้องอยู่ต่อไปกับค่าเช่าเดือนละตั้ง 50,000 บาท ส่วนสาขาเมเจอร์รัชโยธินกำลังจะปิดสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพราะว่าโชคดีเซ้งไปได้ก่อน ก่อนหน้านี้ผมก็เคยแวะไปที่สาขารัชโยธินเหมือนกัน มันเหมือนกับกำลังแข่งกันเงียบยังไงก็ไม่รู้ ไม่ว่าจะเดินสาขาไหน มองเหลียวซ้ายแลขวานอกจากพนักงานคนสองคนแล้ว มันก็มีผมเดินบ้าอยู่คนเดียวทุกครั้งไป เออ...บ้าก็บ้าเพลงวะ ความเงียบเหงาราวกับป่าช้าของร้าน cd ยุคนี้กับค่าเช่าที่ต้องจ่ายไป ดูแล้วไม่น่าไปกันได้เลย...เฮ้อ น่าจะเป็นเพราะไอ้เอ็มหรือเปล่า ไอ้เอ็มพีสามไง หรือจะโทษใครดี?

จากความสะเทือนใจที่ได้พูดคุยและเห็นในวันนั้น ทำให้ผมหวนย้อนรำลึกไปในช่วงที่ร้านcd กำลังรุ่งเรือง ตั้งแต่ปี 2526 - 2539 เป็นเวลา 13 ปีที่ผมทำงานในร้านจิวเวลรี่อยู่บนสยามเซ็นเตอร์ ในช่วงชีวิตตอนนั้น ผมเดินไปซื้อเทปที่ร้านดีเจสยามและร้านใกล้เคียงเกือบทุกวัน วันละหลายๆม้วน จนกระทั่งมีแผ่นcd เข้ามาเมืองไทยและ Tower Records ก็ได้มาตั้งตระหง่านบนชั้น 4 ของสยามเซ็นเตอร์เป็นสาขาแรกในไทย และในวันแรกที่เปิด ผมก็ไม่พลาดที่จะขึ้นไปชม แม้ขณะนั้นจะยังไม่มีเครื่องเล่นCd ไว้ในครอบครองเลยก็ตาม ได้เห็นร้านcd ที่ใหญ่โตมโหราฬ ทำให้ผมตื่นตาตื่นใจกับการเดินดูแผ่น cd ทุกๆแนวไล่ตั้งแต่ A - Z เป็นเวลาเกือบๆ 4 ชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ไม่เมื่อย ไม่หิว ไม่เบื่อและ...ไม่มีเงิน แต่ด้วยความอยากฟังมากๆเพราะบางชุดหายาก แม้แต่เทปก็ไม่มี ถึงบางชุดจะมีแต่ก็อยากฟังความไพเราะและคมชัดของระบบcd ที่เขาว่ากัน เลยควักเงินซื้ออัลบั้มของ Billy Joel มา 5 แผ่น กลับบ้านเอามาลูบๆคลำๆและอ่านดู Booklet ด้วยความตื่นเต้นทั้งๆที่ยังไม่มีเครื่องเล่นcd หลังจากนั้นเมื่อมีแผ่นแล้วผมจึงได้เก็บเงินซื้อ Disc Man ของ Sony รุ่นแรกมา (ปัจจุบันแผ่นcd และเครื่องเล่นที่ว่า..ยังอยู่ครบ) เล่าถึงตอนนี้คุณคงนึกว่าผมคงเลิกซื้อเทปหันมาฟัง cd อย่างเดียวแล้วมั๊ง ผิดครับ ตอนนั้นก็เลยกลายเป็นเสพไปทั้งเทปและ cd สองอย่างเลย

ร้านcd เป็นธุรกิจที่ผมใฝ่ฝันจะทำเหมือนกัน ซึ่งตอนปี 2540 เศรษฐกิจตกต่ำมาก มีการปลดพนักงานออกมากมาย ที่เรียกกันว่า ยุคต้มยำกุ้ง นั่นแหละ อาชีพที่นิยมมากในขณะนั้นคือ เปิดท้ายขายของ และผมก็คือหนึ่งในนั้น แรกๆเราก็เอาของที่ใช้แล้ว รวมทั้ง tape และ cd ที่ซื้อมาแพงโขอยู่แต่ต้องตัดใจเอามาขายเป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะไม่มีเงิน ในที่สุดของเก่าที่ไม่ต้องลงทุนก็ค่อยๆหมดไป สิ่งที่ขายแล้วถนัดที่สุดคือ cd และมันได้กลายเป็นงานหลักในการเปิดท้ายขายของต่อมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และมีโอกาสเปิดร้านเล็กๆในช่วงเวลาสั้นๆ 2-3 ที่เหมือนกัน

สิ่งที่ผมต้องทำตอนนั้นคือต้องไปหา used cd จากตลาดเปิดท้ายที่อื่นมาเพิ่มในการขาย และในช่วงนั้นผมเห็นบริษัทเพลงสากลยักษ์ใหญ่หลายที่ในไทย เช่น Polygram ได้นำแผ่นcd มาเลหลังกองเป็นภูเขาเลากาที่คลองถม เหลือแผ่นละ 60 บาท หรือ Warner Music ที่ตะวันนา แผ่นละ 90 บาท นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายบ้างแล้ว เพราะไหนจะเศรษฐกิจแย่ แล้วยังมีเครื่อง write cd เข้ามามีบทบาทอีก ในยุคนั้นร้าน imagine ของแกรมมี่ ซึ่งมี cd เพลงสากลเยอะไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักถึงขั้นปิดกิจการไปหลายสาขา ทางร้านนำแผ่นมาลด 50% ผมได้ไปซื้อมาเป็นสิบๆแผ่นเลยทีเดียว

Power Music เป็นอีกบริษัทที่มีร้านcd เป็นสิบสาขา ทั้งบนสถานีรถไฟฟ้าและสยามสแควร์ สาขาสุดท้ายที่เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ก็เพิ่งปิดตัวไป และสภาพของร้านcd ก่อนที่จะปิดกิจการทุกๆร้าน มักจะหมดราศี โหงวเฮ้งหมองคล้ำ หิ้งcd ที่เคยมีของอัดแน่นเต็มหิ้ง จะเริ่มเห็นบางตาลงเหมือนกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผมร่วงและฟันกำลังจะหลุด วางแผ่นเว้นแผ่นดูโล่งๆยังไงก็ไม่รู้ บางหิ้งนำกระเป๋า, เสื้อผ้ามาวางเหมือนมีร้าน Gift Shop สิงอยู่ในนั้นด้วย นั่นคือสถานการณ์บอกลางร้าย เริ่มต้องหาสินค้าอื่นมาช่วยพยุงตัวให้ได้อยู่รอด

Valentine เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีหลายสาขาในห้าง เช่น มาบุญครองและใต้ถุนเซ็นทรัลลาดพร้าว ปัจจุบันน่าจะปิดไปแล้ว, ร้านเปียที่ห้างโซโก้กับแถวราชดำเนินยังอยู่ดีหรือเปล่า, ร้านRex ประตูน้ำ นอกจากcd แล้วยังเป็นขวัญใจนักดนตรีในเรื่องvdo concert กับvdo สอนการเล่นดนตรีอีกหลายประเภท...
ฉบับหน้าเราจะมารำลึกเรื่องร้านcd ในตำนานต่อกันนะครับ

(ที่มา: คอลัมน์ "คมคิดคนดนตรี" นิตยสารGM2000 โดย บรรณ สุวรรณโณชิน)

 

ข่าวสาร
เคล็ดลับวิธีการนำเสนอให้ประทับใจ
ข่าวสาร
เมื่อ : 2010-12-21 12:41:25 4003 0

ทั้งหมด


สถิติ
เยี่ยมชม
21724  



โฆษณา


วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
๖๗๐ ถ.ธนาลัย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร : ๐๕๓ - ๗๑๓๐๓๖ โทรสาร : ๐๕๓ - ๗๑๑๕๖๑

นโยบาย | Generated 0.061615 sec.