nattaya


แบบทดสอบ 2

1. การคิดแบบใดที่จะสามารถแก้ไขปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนได้

ก. การคิดแบบสังเคราะห์
ข. การคิดแบบสร้างสรรค์
ค. การคิดแบบบูรณาการ
ง. การคิดแบบกลยุทธ์

2. สิทธิตามกฎหมายซึ่งใช้ทรัพยากรสำหรับการทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์เรียกว่าอะไร
ก. อำนาจ
ข. อำนาจหน้าที่
ค. ความรับผิดชอบ
ง. ภารกิจ

3. ข้อใดเป็นประเด็นในการศึกษาพฤติกรรมผู้นำ
ก. ความยินยอม
ข. ความผูกพัน
ค. คาวมขัดแย้ง
ง. ความสามารถในการสื่อสาร

4. ข้อใดไม่ใช้งบประมาณแบบเน้นการจัดการ
ก. Functional budget
ข. Activity budget
ค. Performance budget
ง. Line item budget

5. ประสิทธิภาพในการดำเนินงานขององค์การขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของอะไร
ก. กำไรสูง
ข. ต้นทุนต่ำ
ค. ผลการปฏิบัติของบุคคล
ง. ความพึงพอใจของลูกค้า หรือผู้ใช้บริการ

6. หลักการบริหารที่เน้นคนและขวัญกำลังใจในการทำงานคือทฤษฎีใด
ก. คลาสสิก
ข. นีโอคลาสสิก
ค. สมัยใหม่
ง. สังคมวิทยา

7. ข้อใดกล่าวถูกต้องตามแนวคิดการบริหารสมัยใหม่
ก. มุ่งกำไรสูงสุด
ข. เพิ่มผลผลิตโดยใช้เครื่องจักร
ค. มุ่งความสามารถในเรื่องทั่วไป
ง. จัดหน่วยงานอิสระคล่องตัว

8. การบริหารสมัยใหม่มุ่งเน้นเรื่องใด
ก. ประสิทภาพล
ข. ประสิทธิผล
ค. ความเป็นเลิศ
ง. ทรัพยากรมนุษย์

9. Empowerment เป็นแนวคิดในเรื่องใด
ก. การรวมอำนาจไว้ที่ผู้บริหารระดับสูง
ข. การกระจายอำนาจให้ผู้บริหารระดับรองลงมา
ค. การมอบอำนาจให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่
ง. การเปลี่ยนแปลงบทบาทหรือพนักงานเจ้าหน้าที่

10. ตามแนวคิดธรรมมาภิบาล 'Accountability' หมายถึงอะไร
ก. จิตสำนึกรับผิดชอบต่องานหรือสิ่งที่ได้กระทำไป
ข. ความพร้อมให้มีการตรวจสอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการทุจริต
ค. การรู้จักรับผิดชอบในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
ง. การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม

11. ข้อใดเป็นลักษณะของหลักการบริหารสมัยใหม่
ก. การบริหารแบบมีส่วนร่วม
ข. การสร้างทีมงาน
ค. องค์การแห่งการเรียนรู้
ง. ถูกทุกข้อ

12. วิกฤตการณ์ขององค์การ เกิดจากปัจจัยใด
ก. การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม
ข. บุคลากร
ค. ผู้บริหาร
ง. ถูกทุกข้อ

13. การแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ขององค์การ ความมุ่งเน้นการบริหารแบบใด
ก. การบริหารตามหน้าที่
ข. การบริหารตามกระบวนการ
ค. การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
ง. การบริหารแบบมุ่งหลักกฎหมาย

14. ข้อใดคือการจัดการบุคคลในแนวใหม่
ก. มุ่งเน้นภารกิจตั้งแต่เข้าทำงานจนถึงออกจากงาน
ข. การกำหนดความต้องการ การตอบสนองความต้องการ การธำรงรักษาพัฒนาบุคลากร
ค. กระบวนการและกิจกรรมที่สอดคล้องต่อกลยุทธ์องค์การ
ง. การวางแผนกำลังคน การสรรหาคัดเลือกบุคลากร

15. แนวคิดใดมุ่งเน้นการปรับปรุงระบบการทำงาน ให้ดีขึ้นเป็นสำคัญ
ก. Reengineering
ข. Total Quality management
ค. Result - based management
ง. Work simplification

16. 'โครงการสาธารณะ' ควรใช้แนวทางการตัดสินใจแบบใด จึงจะเหมาะสม
ก. การตัดสินใจเชิงเหตุผล
ข. การตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม
ค. การตัดสินใจเชิงปริมาณ
ง. การตัดสินใจเชิงคุณภาพ

17. 'CIPP Model' คือตัวแบบที่ใช้ในการประเมินผลงานโครงการ ตัวแบบดังกล่าว C หมายถึงอะไร
ก. เนื้อหาสาระ
ข. กระบวนการ
ค. สภาพแวดล้อม
ง. การเปลี่ยนแปลง

18. การตัดสินใจในเรื่องใดที่นักบริหารมืออาชีพควรหมั่นฝึกฝนพัฒนาให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ
ก. การตัดสินใจในแผนงานโครงการ
ข. การตัดสินใจในงานวิกฤติ
ค. การตัดสินใจในงานริเริ่มสร้างสรรค์
ง. การตัดสินใจในงานเชิงนโยบาย

19. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของผู้บริหารในการตัดสินใจ (decisional roles)
ก. ผู้ประกอบการ
ข. ผู้ติดตามงาน
ค. ผู้เจรจาต่อรอง
ง. ผู้จัดการความขัดแย้ง

20. การพัฒนาการบริหาร ควรเริ่มที่การพัฒนาในเรื่องใดจึงจะทำให้องค์การประสบความสำเร็จ
ก. พัฒนาคน
ข. พัฒนาโครงสร้าง
ค. พัฒนาสภาพแวดล้อม
ง. พัฒนาวิชาการและเทคโนโลยี

21. องค์ประกอบของการบริหารสำคัญ
ก. เงิน ที่ดิน อุปกรณ์
ข. คน เงิน วัสดุ การจัดการ
ค. ทุน บุคลากร องค์การ อุปกรณ์
ง. ถูกทุกข้อ

22. การพัฒนาองค์การคืออะไร
ก. การเลื่อนระดับตำแหน่งของผู้บริหารให้สูงขึ้น
ข. การเพิ่มความรู้ให้สมาชิกในองค์การ
ค. การขยายองค์การ
ง. การทำให้การเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางที่ปรารถนา โดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

23. การบริหารงานแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) มีลักษณะอย่างไร
ก. ใช้ได้ในทุกองค์การ
ข. ใช้ได้กับคนทุกประเภท
ค. ป้องกันหน่วยงานที่ผู้บริหารเผด็จการ
ง. การใช้ต้องคำนึงถึงคนและองค์การ
จ. ผู้บริหารมอบหมายงานทั้งหมด

24. ผู้นำที่ไม่เคยประเมินผลงาน เป็นผู้นำแบบใด
ก. อัตตนิยม
ข. เสรีนิยม
ค. อนุรักษ์นิยม
ง. ประชาธิปไตย
ง. ประสานประโยชน์

25. ความสำคัญระดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยงานหมายถึง
ก. สายการบังคับบัญชา
ข. เอกภาพการบังคับบัญชา
ค. การสื่อสาร
ง. การประสานงาน
จ. การจัดองค์การ

26. การบริหารงานโดยยึดหลักวัตถุประสงค์ (MBO) เริ่มจากข้อใดก่อน
ก. การประเมินผลงานที่เคยทำไว้
ข. การจัดกำลังคนลงงานให้เรียบร้อย
ค. การกำหนดวัตถุประสงค์และการวางแผน
ง. มอบหมายงานตามถนัด
จ. กำหนดเวลาปฏิบัติ

27. การบริหารงานบุคคลข้อใดไม่ใช่ลักษณะระบบคุณธรรม
ก. หลักความเสมอภาค
ข. หลักความสามารถ
ค. หลักความมั่นคง
ง. หลักเสรีประชาธิปไตย
จ. หลักความเป็นกลางทางการเมือง

28. การทำงานเป็นทีมข้อใดผิด
ก. ทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์
ข. มีการวางแผนร่วมกันต่อเนื่อง
ค. มีการบำรุงขวัญอย่างดี
ง. ผลงานเป็นของกลุ่ม
จ. ไม่มีข้อใดถูก

29. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่หนึ่งคือ การประชุม ซึ่งหมายถึง การให้บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมาพบกันโดยมีวัยถุ ประสงค์ ถามว่าข้อข้างล่างนี้เป็นวัตถุประสงค์ของการประชุม
ก. เพื่อชี้แจง
ข. เพื่อทำความเข้าใจ
ค. เพื่อแสดงความคิดเห็น
ง. เพื่อหาข้อยุติ
จ. ถูกทุกข้อ

30. การประชุมเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารงานและในการประชุม ผู้ทำหน้าที่ประธานถือว่าเป็นผู้ที่มีส่วน สำคัญสูงสุด ดังนั้น ประธานควรปฏิบัติต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก. เตรียมสถานที่ให้พร้อม
ข. ศึกษาและวางแผนการประชุม
ค. สร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง
ง. นำให้ที่ประชุมตัดสินใจ

31. ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การควบคุมแลการติดตามเพื่อให้การดำเนินงานได้เป็นไปตาม แผนอยากทราบว่า การควบคุมและการติดตามงานนี้ความสำคัญต่อหน่วยงานอย่างไร
ก. ทำให้ทราบความก้าวหน้า
ข. ทำให้ทราบปัญหาและอุปสรรค
ค. ทำให้ป้องกันและแก้ไขในสิ่งที่จะไม่ตรงกับวัตถุประสงค์
ง. ถูกทั้งข้อ ก. ข. และ ค.
จ. ไม่มีข้อใดถูก

32. ข้อใดต่อไปนี้แสดงชัดเจนว่า ผู้บังคับบัญชาทำหน้าที่ติดตามงาน ไม่ใช่ควบคุมงาน
ก. หัวหน้าฝ่ายการเงินตรวจสอบความก้าวหน้าของการวางฎีกาเบิกเงินและขอทราบปัญหาที่เกิดขึ้น
ข. หัวหน้ากอง ดูแลปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้
ค. อธิบดี สั่งให้วางแผนการปฏิบัติงานเพื่อไม่ให้งานมีปัญหา
ง. นายอำเภอ สอดส่องการทำงานในที่ว่าการอำเภอให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม
จ. ถูกทุกข้อ

33. หน้าที่หนึ่งของผู้บังคับบัญชา คือ การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา ถามว่า ผู้บังคับบัญชาต้องพัฒนา ผู้ใต้บังคับบัญชาในเรื่องใดต่อไปนี้
ก. ความรู้
ข. ความสามารถ
ค. ทักษะ
ง. บุคลิกภาพอื่น ๆ
จ. ถูกทุกข้อ

34. มีผู้หลายคนให้ความหมายที่แตกต่างกันของการศึกษา, การฝึกอบรม, และการพัฒนาโดยเน้นที่เป้าหมาย คือ หน่วยงาน ตัวข้าราชการ และงาน ท่านเห็นว่า ข้อใดจับคู่กันถูกต้องที่สุด
ก. การฝึกอบรม มีเป้าหมายที่งาน
ข. การพัฒนา มีเป้าหมายที่ตัวข้าราชการ
ค. การศึกษา มีเป้าหมายที่หน่วยงาน
ง. การศึกษามีเป้าหมายที่งาน
จ. การฝึกอบรม มีเป้าหมายที่ตัวข้าราชการ

35. กิจกรรมเพื่อการพัฒนาบุคคลในหน่วยงาน มีดังนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. การสอนงาน
ข. การสับเปลี่ยนหมุนเวียน
ค. การให้ทดลองงาน
ง. การร่วมเข้าประชุมทางวิชาการ
จ. การตั้งเป็นคณะทำงาน

36. เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดในการสอนงานให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานของเขายังบกพร่องในเรื่อง ที่ท่านมีความชำนาญเป็นพิเศษ ท่านจะทำอย่างไร
ก. ส่งเข้าไปหลักสูตรอบรม
ข. ไม่มอบงานประเภทนั้นให้ทำอีก
ค. ชี้แจงให้ทราบว่าควรจะต้องทำอย่างไร และมอบหมายให้มีผู้ดูแลใกล้ชิด
ง. ลองให้เข้าทำงานนั้นดูอีกครั้งพร้อมกับตรวจสอบผลงานเป็นระยะ ๆ และร่วมกันคิดแก้ไขปรับปรุงงาน
จ. ทุก ๆ ข้อได้ผลดีเท่า ๆ กัน

37. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของกระบวนการฝึกอบรม
ก. การจัดทำโครงสร้าง แบ่งงานของหน่วยงาน
ข. การวิเคราะห์หาความจำเป็น
ค. การสร้างหลักสูตรและจัดทำโครงการ
ง. การดำเนินการ
จ. การประเมินผลและติดตาม

38. แนวการสอนแนะนำการปฏิบัติงาน มีลำดับขั้นตอน ตามข้อใด
ก. ดำเนินการสอนงาน-กำหนดงานที่จะให้ทำ-สอดส่องความก้าวหน้า-ตรวจสอบการเรียนรู้และ ความสามารถในการปฏิบัติงาน
ข. กำหนดงานที่จะให้ทำ-ดำเนินการสอนงาน-สอดส่องความก้าวหน้า-ตรวจสอบการเรียนรู้และ ความสามารถในการปฏิบัติงาน
ค. ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน-กำหนดงานที่จะให้ทำ-ดำเนินการสอนงาน- สอดส่องความก้าวหน้า
ง. ดำเนินการสอนงาน-สอดส่องความก้าวหน้า-ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน- กำหนดการสอนงานที่จะให้ทำ
จ. กำหนดงานที่จะต้องทำ-ตรวจสอบการเรียนรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน-ดำเนินการสอนงาน- สอดส่องความก้าวหน้า

39. ผู้บังคับบัญชาที่เป็นผู้สอนที่ดีแล้ว เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชามาปรึกษาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ตามที่มอบให้เขาทำ ท่านจะดำเนินการตามข้อใดจึงจะเป็นผลดีที่สุด
ก. บอกเขาไปว่าควรทำอย่างไร
ข. ขอฟังความคิดเห็นก่อนว่าทำอย่างไร
ค. ให้เขามาอีกครั้งหลังจากท่านพิจารณาเรื่องนี้แล้ว
ง. บอกอย่างสุภาพว่าเป็นหน้าที่เขาต้องหาทางแก้ไข ไม่ใช่ท่าน
จ. ทั้ง 4 ข้อได้ผลดีเท่ากัน

40. ท่านคิดว่าการตั้งคณะทำงานหลายคณะประกอบด้วยข้าราชการจากหลายกองมีประโยชน์ในการบริหาร อย่างไร
ก. ช่วยให้ผู้อำนวยการกองต่าง ๆ ประสานงานกันดีขึ้น
ข. ทำให้เกิดการติดต่อประสานงานซึ่งกันและกันมากขึ้น
ค. ช่วยให้ตัวข้าราชการมีประสบการณ์หลายรูปแบบ
ง. ถูกทั้งข้อ ก., ข. และ ค.
จ. ไม่ใช่ทั้งข้อ ก., ข. และ ค.

41. เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานสำเร็จได้ผลตามต้องการการประสานงานระหว่างหน่วยงานจึงเป็น สิ่งจำเป็น แนวทางการประสานงานมีดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก. จัดตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงาน
ข. จัดการประชุมร่วมกัน
ค. จัดสถานที่ทำงานใกล้กัน
ง. จัดให้คนในหน่วยงานหนึ่งเป็นหัวหน้า
จ. จัดเปลี่ยนหน้าที่ของข้าราชการระหว่างหน่วยงาน

42. ตัวสนองที่เป็นรูปธรรมตามข้อความข้างต้นน่าจะหมายถึงอะไร
ก. เงินเดือน
ข. ที่ทำงาน
ค. ระเบียบกฎเกณฑ์
ง. ผู้บังคับบัญชา
จ. ถูกทุกข้อ

43. เทคนิคการจูงใจให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพที่เน้นตัวตอบสนองที่เป็นนามธรรมนั้น คือ
ก. ผู้บังคับบัญชาดี
ข. ภูมิอากาศดี
ค. บรรยากาศดี
ง. ปฏิบัติตามระเบียบดี
จ. ถูกทุกข้อ

44. 'ในกรม ก. มีรูปแบบการให้รางวัลสำหรับผู้ที่ทำงานดีทุกคนโดยให้เงินรางวัล 10% ของเงินเดือนเท่าเทียม กัน' ในแง่ของการจูงใจท่านเห็นว่าข้อใดน่าจะถูกต้องที่สุด
ก. เห็นด้วย เพราะเกิดความเป็นธรรม ผู้บังคับบัญชาไม่ลำเอียง
ข. เห็นด้วย เพราะบรรยากาศในการทำงานจะดี เมื่อได้เงินเพิ่ม
ค. ไม่เหมาะสม เพราะตัวตอบสนองบางคนอาจจะไม่ใช่ตัวเงินต้องการเกียรติ
ง. ไม่เห็นด้วย เพราะผู้น้อยได้ตัวเงิน น้อยกว่าผู้ใหญ่มาก
จ. ไม่เหมาะสม เพราะเงินรางวัลน่าจะมากกว่า 10% และได้เท่า ๆ กัน

'การมอบหมายงานเป็นเครื่องมือที่จำเป็นของผู้บริหาร เพราะเป็นการกระจายภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบไปให้กับ ผู้ร่วมงานทำให้ผู้บริการมีเวลามาปฏิบัติด้านการบริหารได้อย่างเหมาะสมและเกิดผลดีแก่ผู้ร่วมงาน'
คำสั่ง : อาศัยข้อความข้างต้นและความรู้ทางการบริหารตอบคำถามข้อ 3 ข้อต่อไปดังนี้

45. ข้อใดเป็นการมอบหมายงานตามข้อความข้างต้น
ก. ผู้อำนวยการกอง ให้อำนาจเลขานุการกรม พิจารณาคดีความชอบตามข้าราชการแทน
ข. อธิบดี ให้อำนาจรองอธิบดีสั่งลงโทษวินัยร้ายแรงแก่ข้าราชการแทนตน
ค. หัวหน้าฝ่ายทุกคนในกอง ให้อำนาจผู้อำนวยการกอง สั่งลงโทษภาคทัณฑ์ข้าราชการในทุกฝ่าย
ง. ถูกข้อ 1 , 2 และ 3
จ. ไม่มีข้อใดถูก

46. การกระจายภาระหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นน่าจะเป็นงานตามข้อใด
ก. งานนโยบาย
ข. งานวางแผน
ค. งานอนุญาตการลา
ง. ถูกเฉพาะข้อ 1 และ 2
จ. ถูกเฉพาะข้อ 2 และ 3

47. การมอบหมายงานเป็นผลดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร
ก. เป็นการสอนงานผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างหนึ่ง
ข. เป็นการสร้างขวัญแก่หมู่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ค. ทำให้เกิดความพอใจในการทำงาน
ง. เฉพาะข้อ 1 และ 2
จ. ถูกทั้งข้อ 1 , 2 และ 3

'ในการบริหารจัดการนั้น ผู้รู้หลายท่านเห็นว่าจะประกอบด้วยภารกิจ 4 ประการ คือ 1.การวางแผน 2.การจัดองค์การ 3.การอำนวยการ 4.การควบคุมงาน และผู้บังคับบัญชา (ผบ.) นั้นก็อาจแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ ผบ.ระดับสูง ผบ.ระดับกลาง และ ผบ.ระดับต้น ซึ่งแต่ละระดับก็ต้องทำหน้าที่การบริหารงานทั้งนั้น'
คำสั่ง : อาศัยข้อวามข้างต้นและความรู้ทางการบริหารตอบคำถามข้อ 6 ข้อ ต่อไปนี้

48. ข้อความข่างล่างนี้ข้อใดถูกต้อง
ก. ผบ.ระดับสูงให้ทุ่มเทกับการวางแผนเป็นส่วนใหญ่
ข. ผบ.ระดับกลางจะทุ่มเทให้กับการควบคุมงานมากกว่า ผบ.ระดับต้น
ค. คนที่เก่งคิด คือ ผบ.ระดับสูง แต่ ผบ.ระดับกลางจะเก่งงาน
ง. ถูกทั้งข้อ 1 , 2 , 3
จ. ไม่มีข้อใดถูก

49. สำหรับ ผบ.ระดับต้นนั้นทุ่มเทให้กับภารกิจจากมากไปน้อย ตามข้อใดข้างล่างต่อไปนี้
ก. การวางแผน การจัดองค์การ การอำนวยการ การควบคุม
ข. การควบคุม การอำนวยการ การจัดองค์การ การวางแผน
ค. การจัดองค์การ การอำนวยการ การวางแผน การควบคุม
ง. การอำนวยการ การจัดองค์การ การควบคุม การวางแผน
จ. ไม่มีข้อใดถูก

50. สำหรับภารกิจของการบริหารประการแรก คือ การวางแผนนั้นมีกิจกรรมต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด
ก. กำหนดวัตถุประสงค์
ข. กำหนดเป้าหมาย
ค. กำหนดวิธีการ
ง. กำหนดระเบียบปฏิบัติ
จ. กำหนดข้อปรับปรุงแก้ไขผลที่จะได้

51. กิจกรรมการรายงาน การประเมินและเปรียบเทียบนั้นจัดอยู่ในภารกิจของการบริหารตามข้อใด
ก. การวางแผน
ข. การจัดองค์การ
ค. การอำนวยการ
ง. การควบคุมงาน
จ. ไม่มีข้อใดถูก

52. การประเมินผลมีประโยชน์ตามข้อใดข้างล่างนี้
ก. การทำให้ทราบความก้าวหน้าของงาน
ข. การทำให้ทราบความสามารถของผู้ทำงาน
ค. ทำให้ทราบว่างานได้ผลตามมาตรฐานเพียงใด
ง. เป็นแนวทางการพิจารณาความดีชอบ
จ. ถูกทุกข้อ

53. กิจกรรมการแบ่งงานและมอบหมายงานนั้นอยู่ในภารกิจของการบริหารตามข้อใด
ก. การวางแผน
ข. การจัดองค์การ
ค. การอำนวยการ
ง. การควบคุมงาน
จ. ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจการบริหาร

54. การที่ประชุมมีประสิทธิผลประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้ ยกเว้น ข้อใด
ก. การบรรตามจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์
ข. การใช้เวลาเหมาะสม
ค. มีผู้ข้าประชุมจำนวนมาก
ง. ผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่พอใจในการประชุม
จ. ผู้เข้าประชุมมีความรู้สึกผูกพันกับผลการประชุม

55. ปัจจัยที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการประสานงาน คือ
ก. ใช้ความพอใจส่วนตัว
ข. ระบบการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยดี
ค. ใช้แผนเป็นหลักในการบริหารงาน
ง. แย่งกันทำงานเพราะมีผลประโยชน์
จ. ประสิทธิภาพของหน่วยงานไม่แตกต่างกัน

56. รูปการบริหารงบประมาณโดยทั่วไปมักดำเนินหมุนเวียนคล้ายคลึงกันเรียกว่า 'วงจรงบประมาณ'
ข้อใด ต่อไปนี้ที่ไม่นับรวมอยู่ในวงจรงบประมาณ
ก. การพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ข. การตรวจการจ้าง
ค. การใช้จ่ายงบประมาณ
ง. การเตรียมขออนุมัติงบประมาณ
จ. การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

57. ความพยายามที่จะพัฒนาสมรรถนะของหน่วยงานอย่างมีแผนและต่อเนื่องด้วยความร่วมมือกันทั้งฝ่ายบริหาร และผู้ปฏิบัติหมายถึง
ก. การพัฒนาคน
ข. การพัฒนางาน
ค. การพัฒนาองค์กร
ง. การปรับปรุงงาน
จ. การวางแผน

58. สิ่งที่คอยกีดกันมิให้มนุษย์มีความคิดริเริ่ม ได้แก่
ก. ตนเอง
ข. สังคมและวัฒนธรรม
ค. หน่วยงาน
ง. คำตอบคือ ก. และ ข.
จ. คำตอบคือ ก. ข. และ ค.

59. ไม่ใช้ประโยชน์จาการวางแผนโดยตรง คือ
ก. การบริหารงานมีระเบียบไม่สับสน
ข. ประหยัดค่าใช้จ่าย
ค. งานไม่ซ้ำซ้อน
ง. มีระบบการแบ่งงาน การประสานงานและการติดตามงาน
จ. ผลงานเป็นความสำเร็จของผู้บังคับบัญชา

60. สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีของเขตของการรับผิดชอบเพียงใด หมายถึง
ก. เอกภาพการบังคับบัญชา
ข. สายการบังคับบัญชา
ค. ช่วงการบังคับบัญชา
ง. การแบ่งงาน
จ. การจัดองค์การ

61. ข้อใดไม่ถูกต้องตามหลักโครงสร้างขององค์การ
ก. ภารกิจหรือหน้าที่อันชัดเจนของโครงการ
ข. มีการแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยในองค์การ
ค. มีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน
ง. ช่วงการควบคุมต้องเท่ากันทุกหน่วยในองค์การ
จ. ถูกทุกข้อ

62. สูตร E = (ผลงาน - ทรัพยากรบริหารที่ใช้) + ความพึงพอใจ
ก. E หมายถึง พลังงาน
ข. E หมายถึง ประสิทธิภาพ
ค. E หมายถึง ประสิทธิผล
ง. E หมายถึง ความประหยัด
จ. E หมายถึง การบริหาร

63. ในกระบวนการบริหารที่เรียกว่า POSDCORD นั้น ตัว D หมายถึง
ก. Democrazy
ข. Delegating
ค. Developing
ง. Directing
จ. Decisoning

64. ผู้นำที่มาพยายามจัดให้มีการประเมนผลงาน เป็นผู้นำแบบ
ก. อัตตนิยม
ข. เสรีนิยม
ค. ประชาธิปไตย
ง. อนุรักษ์นิยม
จ. ประสานประโยชน์

65. สิ่งสำคัญที่สุดทำให้องค์การมีลักษณะเคลื่อนไหว (Dynamic) คือ
ก. การจัดการ
ข. การติดต่อสื่อสาร
ค. การสั่งการ
ง. การส่งข้อมูลย้อนกลับ
จ. บุคคล

66. ตามปกติหน่วยงานฝ่ายอำนวยการ (Staff) กับฝ่ายปฏิบัติการ (Line) มักจะมีพฤติกรรม
ก. ร่วมมือประสานกันทำงาน
ข. ขัดแย้งโทษกันและกัน
ค. ต่างคนต่างทำงาน
ง. มุ่งปฏิบัติตามคำสั่ง
จ. ถ้าฝ่ายหนึ่งนำฝึกฝ่ายหนึ่งจะปฏิบัติตาม

67. การพิจารณาว่าอำนาจควบคุมบังคับบัญชามารวมอยู่ที่บุคคลใดหรือกลุ่มใดโดยเด็ดขาดหรือไม่นั้น เป็นการ พิจารณาถึง
ก. การบังคับบัญชาลดหลั่นกัน (Hierachy)
ข. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command)
ค. ช่วงการบังคับบัญชา (Span of Control
ง. เอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command)
จ. ความรับผิดชอบ (Responsibility

68. อะไรต่อไปนี้ ที่ไม่ใช่หลักของระบบคุณธรรม (Merit System)
ก. หลักความสามารถ
ข. หลักความเสมอภาคในโอกาส
ค. หลักความมั่นคงในอาชีพ
ง. หลักความขยันซื่อสัตย์
จ. หลักความเป็นกลางทางการเมือง
69. ผู้บริหารที่เชื่อในระบบการควบคุมและลงโทษเพื่อให้บุคลากรทำงานนั้น เป็นหลักของทฤษฎีบริหารที่เรียกว่า
ก. ทฤษฎีพื้นฐานการจูงใจ
ข. ทฤษฎ X
ค. ทฤษฎี Y
ง. ทฤษฎีรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง
จ. หลักความเป็นกลางทางการเมือง

70. MBO การบริหารงานโดย
ก. ยึดตัวบุคคล
ข. ยึดวิธีการ
ค. ยึดวัตถุระสงค์
ง. ยึดผลงาน
จ. ยึดการประหยัด

71. ปัจจัยในการบริหารตามหลัก 4 M'S
ก. คน ความรู้ วัตถุสิ่งของ การจัดการ
ข. คน เงิน ที่ดิน การประกอบการ
ค. แรงงาน ทุน ที่ดิน การประกอบการ
ง. คน เงิน วัตุสิ่งของ การจัดการ
จ. แรงงาน เงิน วัตถุสิ่งของ สภาพแวดล้อม

72. Put the right man on the right job คือหลัก
ก. การบรรจุบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ
ข. การมอบอำนาจหน้าที่
ค. การพัฒนาตัวบุคคล
ง. การบริหารงานบุคคลตามระบบอุปถัมป์

73. การฝึกฝนความรู้สึกไว (Sensitivity Training) มีประโยชน์อย่างไรต่อผู้เข้าฝึกอบรม
ก. ช่วยสร้างภาวะผู้นำ
ข. ช่วยให้สมองไว
ค. ช่วยให้รู้จักตนเองดีขึ้น
ง. เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ

74. ในเรื่องการฝึกอบรมแล้ว ถ้าสมมติให้ x เป็นเป้าหมายในการปฏิบัติงาน Y เป็นผลในการปฏิบัติงาน Z เป็น ความต้องการในการฝึกอบรม (Training-needs) ข้อใดแสดงความหมายที่ถูกต้อง
ก. X = Y - Z
ข. Y = Z - X
ค. Z = X - Y
ง. Z = Y - X

75. ข้อใดเป็นเครื่องมือที่ใช้ละลายพฤติกรรมของบุคคลในกลุ่มได้ดีที่สุด
ก. การประชุมปรึกษาหารือ
ข. การเดินทางไกล พักค้างคืนและมีกิจกรรมร่วมกัน
ค. การฟังบรรยายหลักวิชาพฤติกรรมศาสตร์
ง. การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ร่วม

76. ข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์แห่งพฤติกรรมที่สังคมใดสังคมหนึ่งได้กำหนดไว้โดยยอมรับนับถือปฏิบัติของบุคคล ส่วนใหญ่ในสังคมนั้น เรียกว่า
ก. วัฒนธรรม (Culture)
ข. ค่านิยม (Value)
ค. ปทัสถาน (Norms)
ง. รูปแบบ (Model)

77. ทฤษฎีและแนวความคิดของการบริหารงานบุคคลแผนใหม่ มีดังนี้คือ
ก. มีแนวคิดและการดำเนินงานตั้งแต่ยังมิได้รับคนเข้าทำงาน
ข. มีความคิดและการดำเนินงานเมื่อบุคคลได้รับเลือกสรรแล้ว
ค. มีแนวคิดและการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มการคัดเลือก จนกระทั่งบุคคลออกจากงาน
ง. มีแนวความคิดและการดำเนินงานตังแต่ยังมิได้รับคนเข้าทำงานและพิจารณาถึงสถานภาพในอนาคตของ ผู้ ที่ทำงานอยู่กับทางเศรษฐกิจและสังคม

78. ความเป็นกลางทางการเมือง (Political Neutrality) ของข้าราชการหมายถึง
ก. ข้าราชการไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
ข. ข้าราชการการเมืองไม่มีอำนาจเหนือข้าราชการประจำ
ค. ข้าราชการไม่ผูกพันกับพรรคการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาลหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของนักการเมืองหรือพรรค การเมืองใด ๆ
ง. ข้าราชการไม่หาเสียงหรือช่วยเหลือการเลือกตั้งของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด

79. ข้อใดเป็นความต้องการระดับสูงสุดของมนุษย์ตามทฤษฎีของ Maslow
ก. ความมั่นคงปลอดภัย
ข. ความยอมรับนับถือกยย่อง
ค. ความผูกพันกลับทุกกลุ่ม
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

80. Grievance Procudure คือ
ก. วิธีการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา
ข. วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา
ค. วิธีรับฟังคำร้องทุกข์ของผู้ใต้บังคับบัญชา
ง. วิธีการให้คำปรึกษาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

81. ในการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การใช้ภาวะผู้นำ (Leadership) ในการประชุมนั้นควร เป็นหน้าที่ของผู้ใด
ก. ประธานการประชุม
ข. สมาชิกอาวุโสที่สุด
ค. สมาชิกที่พูดเก่งที่สุด
ง. สมาชิกคนใดก็ได้

82. โดยปกติคนเราจะทำงานโดยใช้ความสามารถเพียง 20-30% เท่านั้น แต่ถ้าได้รับแรงจูงใจจะใช้ความสามารถ ถึง 80-90% เป็นผลการวิจัยของ
ก. Robert T. Oliver
ข. William James
ค. Robert Dubin
ง. Argyris

83. คุณสมบัติสำคัญเป็นองค์ประกอบเบื้องต้นที่จะทำให้บุคคลทำงานได้ดีคือ
ก. ความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต
ข. ความรู้ ความสามารถ ความขยันหมั่นเพียร
ค. ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ
ง. ความรู้ ความสามรถ ความตั้งใจจริง

84. ถ้าท่านมีโอกาสเลือกเข้าทำงาน บุคคลต่อไปนี้ท่านจะเลือกใคร
ก. หัวหน้างานรับผิดชอบเต็มที่ ตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ แต่ผู้เดียว
ข. หัวหน้างานที่คอยแก้ปัญหาให้ท่านตลอดเวลา
ค. หัวหน้างานที่ไม่สอนงานแก่ท่านเลย เพราะต้องการให้ท่านเรียนรู้ด้วยประสบการณ์
ง. หัวหน้างานที่กระจายอำนาจในการตัดสินใจ

85. ผู้บริหารระดับกลางจักต้องบริหารงานโดยถือข้อใดเป็นหลักสำคัญ
ก. เป้าหมายขององค์การ
ข. เป้าหมายส่วนตัวของสมาชิกในองค์การ
ค. เป้าหมายส่วนตัวของผู้บริหารสูงสุด
ง. เป้าหมายส่วนตัวของตนเอง

86. การพัฒนาองค์การ (Organization Development) หมายถึง
ก. การขยายตัวองค์การทั้งในด้านอัตรากำลังคนและงบประมาณ
ข. การเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้กับสมาชิกในองค์การ
ค. การเลื่อนระดับตำแหน่งของผู้บริหารองค์การให้สูงขึ้น
ง. การทำให้องค์การเปลี่ยนแปลงไปสู่สภาพที่พึงปรารถนาโดยมีแผนที่แน่นอนวางไว้ล่วงหน้า

87. การสำรวจวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis) คือ
ก. กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และระบุสภาพปัญหาขององค์การ
ข. การออกแบบสอบถามความคิดเห็นจากสมาชิกในองค์การ
ค. การสัมภาษณ์สมาชิกในองค์การ
ง. การสังเกตบรรยากาศในการทำงานของสมาชิกในองค์การ

88. ผู้ใดเป็นตัวกลางในการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาองค์การ
ก. ที่ปรึกษาจากภายนอกองค์การ
ข. หน่วยงานพัฒนาองค์การขององค์การนั้น ๆ
ค. ผู้บริหารสูงสุดขององค์การ
ง. เป็นไปได้ทั้ง ก. หรือ ข. หรือ ค.

89. ความสามารถพื้นฐานของนักบริหาร 3 ประการ ได้แก่ 1) ความสามารถทางด้านเทคนิควิธีการทำงาน (Technical Skills 2) ความสามารถในทางมนุษย์สัมพันธ์ (Human Relations Skills) 3) ความสามารถ ในการนึกคิด (Conceptual Skills) เป็นแนวความคิดของผู้ใด
ก. Robert T. Katz
ข. Chester Barnard
ค. James S. Mooney
ง. Harold J. Leavitt

90. การให้หน่วยการปกครองระดับท้องถิ่นมีอำนาจที่จะพิจารณาตัดสินใจเรื่องสำคัญ ๆ ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กิจการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้น หรือในกิจการอื่นใดเรียกว่า
ก. Assignment
ข. Decentralization
ค. Division of work
ง. Deconcentration

91. ทฤษฎีองค์การในปัจจุบันเน้นการศึกษาในระบบ (System Approach) หมายถึง การประยุกต์ใช้
ก. พฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral Science)
ข. บริหารศาสตร์ (Management Science)
ค. ทฤษฎีคลาสสิก (Classical Theory)
ง. ทั้ง ก. ข. ค.

92. องค์การโดยทั่วไปมีแนวโน้มที่จะขยายหน่วยงาน และหน่วยงานที่ขยายนี้โดยมากเป็นการขยายเพื่อจัดบริการ ให้ตนเองทั้งนี้เป็นไปตาม
ก. MBO
ข. Parkinson Law
ค. ผลการศึกษาของ Frederrick W. Taylor
ง. ผลการศึกษาของ Hawthorne

93. พฤติกรรมข้อใดที่แสดงถึงความเป็นผู้นำในระบอบประชาธิปไตยมากที่สุด
ก. ผู้นำเสนอปัญหาต่อที่ประชุม ขอข้อแนะนำ แต่ตัดสินใจเอง
ข. ผู้นำเสนอข้อตัดสินของตนเองต่อที่ประชุมแล้วขอทราบความคิดเห็น
ค. ผู้นำพยายามกระตุ้นเกลี้ยกล่อมในที่ประชุมยอมรับการตัดสินใจของตนเอง
ง. ผู้เสนอข้อตัดสินใจของตนเองต่อที่ประชุมและยอมเปลี่ยนแปลงได้บ้าง

94. การจัดรูปองค์การแบบราชการ (Bureaucratic Model) ตามแนวความคิดของ Max Weber สามารถนำมาใช้ กับองค์การประเภทใด
ก. หน่วยงานราชการ
ข. หน่วยงานธุรกิจเอกชน
ค. หน่วยงานทางทหาร
ง. หน่วยงานทุกประเภท

95. ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการบริหารงาน
ก. คนหรือบุคคลหรือบุคลากร (Man)
ข. เงินหรือทุนหรืองบประมาณ (Money)
ค. การจัดการหรือการบริหาร (Management)
ง. ตอบไม่ได้ว่าข้อใดสำคัญที่สุด

96. การจัดแบ่งหน่วยงานแบบ Line และ Staff มีลักษณะใด
ก. หน่วยงาน Staff เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน Line
ข. หน่วยงาน Line เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน Staff
ค. หน่วยงาน Staff ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงาน Line
ง. หน่วยงาน Line ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงาน Staff

97. หน้าที่สำคัญ 7 ประการของนักบริหาร ซึ่งอักษรข้างหน้าคำนำมาผูกเป็น POSDCORD นั้น ใครเป็นผู้กำหนด
ก. Frederrick W. Taylor
ข. Henri Fayol
ค. Gerbert A. Simon
ง. Elton Mayo

98. เอกภาพในการบังคับบัญชา (Unity of Command) หมายถึง
ก. การมีอำนาจสูงสุดของผู้บังคับบัญชาในองค์การ
ข. การบริหารที่ปราศจากความขัดแย้ง
ค. การบริหารที่มีสายการบังคับบัญชาแน่นอน
ง. การบริหารที่ผู้ใต้บังคับบัญชาจักต้องรับคำสั่งหรือรายงาน เสนอต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงเพียงคนเดียว

99. การกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานมีลักษณะอย่างไร
ก. กำหนดขึ้นเพื่อช่วยการวัดผลหรือประเมินผล
ข. เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน
ค. ส่วนใหญ่กำหนดขึ้นโดยอิงปรพสบการณ์ในอดีต
ง. ถูกทั้ง 3 ข้อ

100. การบริหารงานโดยวัตถุประสงค์ (Management by Objective) ช่วยให้เกิดผลข้อใด
ก. ผู้ปฏิบัติงานควบคุมตัวเองมากกว่าจะถูกควบคุมโดยผู้บังคับบัญชา
ข. ผู้ปฏิบัติงานถูกควบคุมโดยกำหนดวิธีมาตรฐานและผลงาน
ค. ผู้ปฏิบัติงานมีความผูกพันธ์สูงต่อผลสำเร็จของงาน
ง. ทั้งข้อ ก. ข. และ คง

************************************************






เฉลย
1) ค 2) ข 3) ง 4) ง 5) ค 6) ข 7) ง 8) ค 9) ค 10) ก 11) ง 12) ง 13) ค 14) ค 15) ก 16) ข 17) ค 18) ค 19) ข 20) ก
21) ข 22) ง 23) ง 24) ก 25) ก 26) ค 27) ง 28) จ 29) จ 30) ก 31) ง 32) ข 33) จ 34) ก 35) ค 36) ง 37) ก 38) ข 39) ข 40) ง
41) ง 42) ก 43) จ 44) ค 45) ข 46) จ 47) ก 48) ง 49) ข 50) จ
51) ง 52) จ 53) ข 54) ค 55) ง 56) ข 57) ค 58) จ 59) จ 60) ค 61) ง 62) ข
63) ง 64) ก 65) จ 66) ข 67) ง 68) ง 69) ข 70) ค
71) ง 72) ค 73) ค 74) ค 75) ข 76) ค 77) ง 78) ง 79) ง 80) ค 81) ก 82) ง
83) ข 84) ง 85) ก 86) ง 87) ก 88) ง 89) ก 90) ข
91) ง 92) ข 93) ก 94) ง 95) ง 96) ค 97) ค 98) ง 99) ง 100) ง

 


วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
๖๗๐ ถ.ธนาลัย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร : ๐๕๓ - ๗๑๓๐๓๖ โทรสาร : ๐๕๓ - ๗๑๑๕๖๑

นโยบาย |
Generated 0.941405 sec.