maneenate


หน่วยที่ 5 รายการปรับปรุงและงบทดลองหลังรายการปรับปรุง

วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงบัญชี


การปรับปรุงบัญชี  หมายถึง  การแก้ไขรายการบัญชี  ให้ถูกต้องตรงกันกับความเป็นจริงในงวดบัญชีที่ได้กระทำอยู่  การเพิ่มหรือการลดตัวเลขในบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้องให้สมดุลกัน  โดยกิจการจะต้องปรับปรุงรายการบางรายการเสียก่อนในวันสิ้นงวดบัญชี

  ในการปรับปรุงรายการบัญชี  จะบันทึกรายการในสมุดรายวันทั่วไป  แล้วผ่านรายการไปยังบัญชีแยกประเภททั่วไป  จึงทำให้ยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททั่วไปทางบัญชีเปลี่ยนแปลงและมีผลทำให้งบกำไรขาดทุนและงบดุลของกิจการแสดงผลดำเนินงาน  และฐานะการเงินของกิจการถูกต้องตรงกับความเป็นจริง

ดังนั้นการบันทึกการปรับปรุงรายการ นับเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของวงจรการบัญชีเพื่อให้ได้งบการเงินที่ถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป จึงต้องทำทุกครั้งก่อนการปิดบัญชี และออกงบการเงิน

  ประเภทของรายการที่ต้องปรับปรุง

รายการบัญชีที่ต้องปรับปรุง โดยทั่วไปสรุปได้ดังนี้

  1. ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expense)

  2. ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses)

  3.  รายได้ค้างรับ (Accrued Revenues)
  4.  รายได้รับล่วงหน้า (Deferred)

  5.  ค่าเสื่อมราคา  (Depreciation)
  6.  วัสดุสิ้นเปลือง(Supplies)

  7.  หนี้สูญและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

  8.  การแก้ไขข้อผิดพลาดการบันทึกบัญชี




ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า

ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่กิจการจ่ายเงินไปแล้ว แต่ ณ วันสิ้นงวดบัญชี กิจการยังไม่ได้รับบริการหรือรับบริการยังไม่ครบตามจำนวนเงินที่ได้จ่าย เช่น ค่าแรงงานจ่ายล่วงหน้า ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า  บัญชีค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าถือว่าเป็น  “สินทรัพย์หมุนเวียน” ซึ่งการบันทึกรายการแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในวันที่จ่ายเงิน

15 ธ.ค. 2551 จ่ายเงินค่าจ้างร้านสมชายโฆษณารายเดือน เดือนละ 3,000 บาท

              เดบิต  ค่าโฆษณา              3,000.-

  เครดิต  เงินสด  3,000.-

13 ธ.ค. 2551 ปรับปรุงบัญชีโดย ตัดยอดรายจ่ายให้ลดลง และบันทึกบางส่วนเป็นสินทรัพย์

              เดบิต  ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า(15/30 x 3,000)  1,500.-

  เครดิต  ค่าโฆษณา  1,500.-

2. กรณีบันทึกเป็นสินทรัพย์ในวันที่จ่ายเงิน

15 ธ.ค. 2551 จ่ายเงินค่าจ้างร้านสมชายโฆษณารายเดือน เดือนละ 3,000 บาท

              เดบิต  ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า        3,000.-

  เครดิต  เงินสด  3,000

31 ธ.ค. 2551 ปรับปรุงบัญชีโดย ตัดยอดรายจ่ายให้ลดลง และบันทึกบางส่วนเป็นสินทรัพย์

              เดบิต  ค่าโฆษณา(15/30 X 3,000)   1,500.-

  เครดิต-ค่าโฆษณาจ่ายล่วงหน้า  1,500.-



 

 

รายได้ค้างรับ

รายได้ค้างรับ หมายถึง รายได้ของกิจการที่เกิดขึ้นในงวดบัญชีนี้แต่ยังไม่ได้รบเงินเมื่อวันสิ้นงวดและจะได้รับเงินงวดบัญชีหน้า เช่น ค่าเช่าค้างรับ เป็นต้น ซึ่งรายได้ค้างรับ  ถือว่าเป็น “สินทรัพย์หมุนเวียน”

กิจการให้นาย  ก  เช่าสำนักงาน โดยคิดค่าเช่าเดือนละ 6,000 บาท นายสนิทยังไม่ชำระค่าเช่าของเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2547

ธ.ค. 31        เดบิต รายได้ค่าเช่าค้างรับ               12,000

                              เครดิต รายได้ค่าเช่า  12,000

ปรับปรุงรายได้ค่าเช่าค้างรับ  2  เดือน

กิจการนำเงินสดฝากธนาคาร  48,000  บาท  อัตราดอกเบี้ย  10%  ต่อปี  ฝากธนาคารไว้  เมื่อวันที่  1  สิงหาคม  2547  ยังไม่ได้รับดอกเบี้ยเลย

ธ.ค. 31        เดบิต ดอกเบี้ยค้างรับ  2,000 

                             เครดิต ดอกเบี้ยรับ(48,000 x 10/100 x 5/12)  2,000 


รายได้รับล่วงหน้า

รายได้รับล่วงหน้า (Unearned  Income)  หมายถึง  รายได้ที่กิจการได้รับจากลูกค้าล่วงหน้า  โดยที่ยังไม่ได้ส่งมอบสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้า  ซึ่งกิจการมีภาระต้องให้บริการนออนาคต  ดังนั้นจำนวนเงินที่ได้รับจึงถือว่าเป็นรายได้ของกิจการแต่จะถือเป็นหนี้สินหมุนเวียน  เมื่อกิจการได้ให้บริการเสร็จเรียบร้อยเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดแล้ว  จึงจะเปลี่ยนจากหนี้สินเป็นรายได้ตามส่วนที่ให้บริการแก่ลูกค้าแล้ว  บริการที่ได้ให้แก่ลูกค้าในงวดนั้นจะถือว่ารายได้เกิดขึ้นในงวดนั้น  ส่วนจำนวนเงินที่กิจการได้รับไว้แต่ยังไม่ให้บริการในงวดนั้นจึงมีสภาพเป็นหนี้สินยกไปงวดหน้า  เช่น  ค่าเช่ารับล่วงหน้า  เป็นต้น  วิธีการบันทึกบัญชีรายได้รับล่วงหน้ามี  2  วิธี  คือ

วิธีที่  1  บันทึกเป็นบัญชีหนี้สิน

วิธีที่  2  บันทึกเป็นบัญชีรายได้

 

 

วิธีที่  1.  บันทึกเป็นบัญชีหนี้สิน  เมื่อมีรายการเกิดขึ้นจะบันทึกในบัญชีรายได้รับล่วงหน้า  เมื่อสิ้นงวดจึงจะโอนส่วนทีได้ให้บริการแล้วไปเป็นบัญชีรายได้  ส่วนที่เหลือซึ่งยังไม่ได้ให้บริการก็ยังคงเป็นหนี้สินซึ่งแสดงในบัญชีรายได้รับล่วงหน้า  รอไปปรับปรุงในงวดที่จะใช้บริการต่อไป

         ตัวอย่าง  เมื่อวันที่  1  พฤษภาคม  25x2 หอพักเย็นสบายได้รับค่าเช่าล่วงหน้า  จำนวนเงิน  6,000  บาท  จากนางสาวสุดใจ  สัญญาเช่า  1  ปี  การปรับปรุงรายการเมื่อวันที่  31  ธันวาคม  25x2  ซึ่งเป็นวันสิ้นงวดจะเป็นดังนี้

        พ.ค.  1  เดบิต  เงินสด                  6,000
                        เครดิต  ค่าเช่า                         6000

ดังนั้นจึงต้องปรับปรุงรายการในวันสิ้นงวด  เพื่อแสดงว่ากิจการมีรายได้ประจำงวด25x2  เกิดขึ้นเป็นจำนวน  4,000  บาท  และลดค่าเช่ารับล่วงหน้าให้เหลือ  2,000  บาท
       ธ.ค.  31  เดบิต  ค่าเช่ารับล่วงหน้า           4,000
                         เครดิต  ค่าเช่า                        4,000

 

วิธีที่  2  เมื่อได้รับรายได้รับล่วงหน้ามาได้บันทึกไว้ในบัญชีค่าเช่ารับ  ซึ่ง       

เป็นบัญชีประเภทรายได้

         พ.ค.  1  เดบิต  เงินสด            6,000

                         เครดิต  ค่าเช่ารับ          6,000

         ธ.ค.  30  เดบิต  ค่าเช่ารับ          2,000

                          เครดิต  ค่าเช่ารับล่วงหน้า    2,000



ค่าเสื่อมราคา

ค่าเสื่อมราคา  (Depreciation)  หมายถึง  ส่วนหนึ่งของมูลค่าสินทรัพย์ถาวรที่กิจการตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดบัญชีที่ได้ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์  จากการที่กิจการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ถาวรหลานชนิดเพื่อใช้ในการดำเนินงาน  เช่น  ที่ดิน  อาคารและอุปกรณ์  เป็นต้น  การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเป็นการจ่ายค่าใช้จ่ายล่วงหน้าระยะยาว  เพราะสินทรัพย์ถาวรจะให้ประโยชน์แก่กิจการหลายงวดบัญชี  การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ถาวรในแต่ละงวดบัญชีจึงควรปันส่วนต้นทุนจองสินทรัพย์ที่ถูกใช้งานไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับงวดนั้น  ทั้งนี้ยกเว้นที่ดิน  เพราะที่ดินให้ประโยชน์แก่กิจการไม่มีที่สิ้นสุดและไม่อาจกำหนดอายุการใช้งานของที่ดินได้จึงไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคาและนำค่าเสื่อมราคานี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการ

ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยจนเป็นศูนย์ แต่ในทางบัญชีให้คงไว้อย่างน้อย 1 บาท จนกว่าจะจำหน่ายเลิกใช้งานหรือจำหน่ายสินทรัพย์นั้นออกไป

การคิดค่าเสื่อมราคามีหลายวิธี ถ้าใช้วิธีใดก็ให้ใช้วิธีนั้นตลอดไป หากต้องการเปลี่ยนวิธีต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรเสียก่อน วิธีคิดค่าเสื่อมราคามีดังนี้

        วิธีเส้นตรง (Straight Line Method) โดยคิดเท่ากันทุกปี วิธีนี้นิยมใช้มากที่สุด

        วิธีอัตราลดลง (Diminishing Balance) โดยคิดปีแรกมากที่สุด แล้วลดลงเรื่อยๆ

        วิธีตีราคาใหม่ (Revaluation Process) โดยคิดไม่เท่ากัน เพราะอาศัยตีตามราคาตลาดทุกปี

        วิธีคิดตามหน่วยผลิต (Unit Output Method) โดยคิดตามผลผลิตที่ทำได้

การคำนวณวิธีเส้นตรง

 

ถ้ากำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์  ค่าเสื่อมราคา =(ราคาสินทรัพย์ – ราคาซาก)x

อัตราค่าเสื่อมราคา

            100

ถ้ากำหนดอายุการใช้งาน  ค่าเสื่อมราคา = ราคาสินทรัพย์-ราคาซาก

                                                                           อายุการใช้งาน

ข้อควรสังเกต การคิดค่าเสื่อมราคาในปีแรกและปีสุดท้ายของสินทรัพย์อาจจะต้องคำนวณนับแต่วันที่ได้สินทรัพย์นั้นมาจนถึงวันสิ้นปี และรวมถึงปีสุดท้ายด้วยในกรณีกำหนดอายุการใช้งาน เช่น ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน 25,000 บาท เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2551 กำหนดอายุการใช้งาน 5 ปี ราคาซาก 100 บาท คำนวณค่าเสื่อมราคาได้ดังนี้

           ปีที่ 1 ค่าเสื่อมราคา = 6½x(25000-100)/5     =  2,697.50 

           ปีที่ 2 ค่าเสื่อมราคา =(25000-100)/5                   =  4,980.00

           ปีที่ 3 ค่าเสื่อมราคา =(25000-100)/5                   =  4,980.00

           ปีที่ 4 ค่าเสื่อมราคา =(25000-100)/5                   =  4,980.00

           ปีที่ 5 ค่าเสื่อมราคา =(25000-100)/5                   =  4,980.00

           ปีที่ 6 ค่าเสื่อมราคา =5½x(25000-100)/5  =  2,282.50

           (ปีสุดท้ายให้หัก 2,281.50)

                            รวม   = 24,900.00

วิธีบันทึกบัญชี

ธ.ค. 31       เดบิต  ค่าเสื่อมราคา-อุปกรณ์สำนักงาน              2697.50

                             เครดิต  ค่าเสื่อมราคาสะสม-อุปกรณ์สำนักงาน  2697.50



วัสดุสิ้นเปลือง

 

วัสดุสิ้นเปลือง (Supplies) หมายถึง วัสดุหรือสิ่งของที่ใช้แล้วหมดไป เช่น กระดาษ ดินสอ ปากกา กาว กระดาษคาร์บอน ลวดเย็บกระดาษ เทป กาว ตะปู น้ำมันหล่อลื่น ฯลฯ อาจเรียกชื่อต่างกันไป เช่น วัสดุสำนักงาน วัสดุโรงงาน  เมื่อถึงวันสิ้นงวดบัญชีให้ตรวจนับและตีราคา แล้วทำการปรับปรุงรายการ โดยในระหว่างปีบัญชีโดยทั่วไปจะบันทึกวัสดุเหล่านี้เป็นสินทรัพย์ ณ วันสิ้นงวดบัญชีให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่าย เช่น ระหว่างปีซื้อวัสดุสิ้นเปลือง 4,700 บาท สิ้นปีคงเหลือ 1,800 บาท

ธ.ค. 31        เดบิต  วัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป  (4,700-1,800)             2,900.-

                               เครดิต  วัสดุสิ้นเปลือง                                   2,900.-


หนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญ

 

 

        หนี้สูญ  (Bad Deb) หมายถึง ลูกหนี้ที่ติดตามทวงถามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้เหล่านี้ และได้ตัดจำหน่ายออกจากบัญชี

หนี้สงสัยจะสูญ (Doubtful Accounts) หมายถึง ลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บไม่ได้ ถือเป็นค่าใช้จ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น แต่ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายตามประมวลรัษฎากร

      ค่าเผื่อหนี้สูญหรือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) หมายถึง จำนวนเงินที่กันไว้สำหรับลูกหนี้ที่คาดว่าจะเรียกเก็บเงินไม่ได้ ถือเป็นบัญชีปรับมูลค่าที่ตั้งขึ้นเพื่อแสดงเป็นรายการหักจากบัญชีลูกหนี้ในงบดุล เพื่อให้ยอดคงเหลือเป็นมูลค่าสุทธิของลูกหนี้ที่คาดว่าจะเก็บเงินได้ การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับหนี้สูญมี 2 วิธีดังนี้

1.  วิธีตัดจำหน่ายโดยตรง เป็นวิธีที่ง่าย บันทึกเมื่อเกิดหนี้สูญจริง โดย

                เดบิต  หนี้สูญ  x,xxx.-

                         เครดิต  ลูกหนี้    x,xxx.-

2.  วิธีตั้งค่าเผื่อ โดยคำนวณจากร้อยละของยอดขาย เพราะกรณีขายเชื่อนั้นโอกาสหนี้สูญมักคิดสัดส่วนจากยอดขาย หรือคำนวณจากร้อยละของยอดลูกหนี้ เพราะลูกหนี้เท่านั้นที่ก่อให้เกิดหนี้สูญ (วิธีนี้ถ้ามียอดเดิม ให้นำมาหักออกจากยอดที่คำนวณได้) หรืออาจจะคำนวณจากลูกหนี้แต่ละราย เพื่อให้ได้ยอดที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด เมื่อคำนวณได้แล้ว บันทึกบัญชีโดย

             เดบิต  หนี้สงสัยจะสูญ  x,xxx.-

                   เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ  x,xxx.

เมื่อแน่ใจว่าจะเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ จึงบันทึกบัญชี ดังนี้

            เดบิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ                 x,xxx.-

                       เครดิต  ลูกหนี้                                                x,xxx.-

หนี้สูญได้รับ หมายถึง ลูกหนี้ที่เคยตัดเป็นหนี้สูญไปแล้ว ภายหลังนำเงินมาชำระให้กิจการ ไม่ว่าจะเป็นบางส่วนหรือทั้งจำนวน บันทึกได้ 2 กรณีดังนี้

       กรณีตัดเมื่อหนี้สูญจริง ให้ตั้งลูกหนี้ขึ้นใหม่ แล้วบันทึกการรับเงิน ดังนี้

       เดบิต  ลูกหนี้  x,xxx.-

                 เครดิต  หนี้สูญได้รับคืน  x,xxx.-

      เดบิต  เงินสด  x,xxx.-

                 เครดิต  ลูกหนี้  x,xxx.-

      กรณีตั้งค่าเผื่อหนี้สูญ ให้ตั้งลูกหนี้ขึ้นใหม่พร้อมลดยอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ แล้วบันทึกการรับเงิน ดังนี้

      เดบิต  ลูกหนี้  x,xxx.-

                เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ  x,xxx.-

     เดบิต  เงินสด  x,xxx.-

                เครดิต  ลูกหนี้  x,xxx.-



งบทดลองหลังรายการปรับปรุงบัญชี

 

งบทดลองหลังรายการปรับปรุงบัญชี  (Adjusted  Trial  Balance)  เป็นงบทดลองที่จัดทำขึ้น  หลังจากการบันทึกรายหารปรับปรุงต่างๆ  เสร็จสิ้นแล้ว  และจะต้องทำเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี  เพื่อพิสูจน์ว่า  กิจการค่าได้ลงบัญชีตามหลักบัญชีคู่ถูกต้องหรือไม่  เป็นงบทดลองก่อนรายการปรับปรุง  แต่หลังจากทำรายการปรับปรุงบัญชีต่างๆ  แล้ว  ก็จะมียอกบัญชีเพิ่มขึ้นหรือหายไป  ดังนี้  หลังจากที่ได้การปรับปรุงแล้ว  จึงจำเป็นต้องทำงบทดลองอีกครั้งหนึ่งเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการลงบัญชี  ซึ่งเรียกว่า  “งบทดลองหลังรายการปรับปรุงบัญชี

งบทดลองของร้านเดือนบริการ  เมื่อวันที่  31  ธันวาคม  2551  มีดังนี้
  เงินสด  40,000
  ธนาคาร  20,000
  ลูกหนี้การค้า  5,000
  สินค้าคงเหลือ (1  ม.ค. 2551)  3,000
  อุปกรณ์สำนักงาน  9,000
  วัสดุสำนักงาน  7,000
  อาคาร  80,000
  ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคาร  20,000
  เจ้าหนี้  10,000
  เงินกู้-ธนาคารกรุงเทพฯ  จำกัด  20,000


 
ทุน-น.ส.เดือน                                                                    104,050
ถอนใช้ส่วนตัว                                                        2,000
ขายสินค้า                                                                            45,000
รับคืนสินค้า                                                              800
ส่วนลดจ่าย                                                              600
ซื้อสินค้า                                                                           60,0000
ส่งคือสินค้า                                                                           1,000
ส่วนลดรับ                                                                                850
รายได้ค่าบริการ                                                                    35,000
ค่าพาหนะ                                                              2,500
เงินเดือน                                                                              6,000
                                                                         235,000  235,000


รายการปรับปรุง

1.  ให้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจุสูญ  5%  ของยอดลุหนี้คงเหลือปลายปี

  2.  คิดค่าเสื่อมราอูปกรณ์สำนักงาน  และอาคาร  10%  ต่อปี
  3.  วัสดุสำนักงานคงเหลือ  2,000  บาท
  4.  รายได้ค่าบริการรับล่วงหน้า  5,000  บาท
  5.  เงินเดือนค้างจ่าย  3,000  บาท

ให้ทำ  1.  บันทึกรายการปรับปรุงในสมุดรายวันทั่วไป
       2.  ทำงบทดลองหลังรายการปรังปรุง  วันที่  31  ธันวาคม  2551

พ.ศ.  2551
ธ.ค.  31    เดบิต  หนี้สงสัยจุสูญ  250-
  เครดิต  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจุสูญ  250-
บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจุสูญ  5%
  เดบิต  ค่าเสื่อมราคา – อุปกรณ์สำนักงาน  900-
  เครดิต  ค่าเสื่อมราคาสะสม – อุปกรณ์สำนักงาน  900-
คิดค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์สำนักงาน  10%
  เดบิต  ค่าเสื่อมรา – อาคาร   8,000-
  เครดิต  ค่าเสื่อมราคาสะสม – อาคาร  8,000-
คิดเสื่อมราอาคาร  10%

เดบิด  วัสดุสำนักงานใช้ไป  5,000-
  เครดิต  วัสดุสำนักงาน  5,000-
บันทึกวัสดุสำนักงานใช้ไป
  เดบิต  รายได้ค่าบริการ  5,000-
  เครดิต  รายได้ค่าบริการรับล่วงหน้า  5,000-
บันทึกรายได้ค่าบริการรับล้วงหน้า
  เดบิต  เงินเดือน  3,000-
  เครดิต  เงินเดือนค่างจ่าย  3,000-
บันทึกเงินเดือนค้างจ่าย

งบทดลองของร้านเดือนบริการ  เมื่อวันที่  31  ธันวาคม  2551  มีดังนี้
  เงินสด  40,000
  ธนาคาร  20,000
  ลูกหนี้การค้า  5,000
  ค่าเผื่อหนี้สงสัยจุสูญ  250
  สินค้าคงเหลือ (1  ม.ค. 2551)  3,000
  อุปกรณ์สำนักงาน  9,000
  ค่าเสื่อมราคา-อุปกรณ์สำนักงาน  900
  วัสดุสำนักงาน  2,000
  อาคาร  80,000
  ค่าเสื่อมราคาสะสม-อาคาร(20,000+8,000)  28,000
  เจ้าหนี้  10,000
  เงินกู้-ธนาคารกรุงเทพฯ  จำกัด  20,000
  รายได้ค่าบริการรับล่วงหน้า  5,000
  เงินเดือนค้างจ่าย  3,000
 

ทุน-น.ส.เดือน  104,050
ถอนใช้ส่วนตัว  2,000
ขายสินค้า  45,000
รับคืนสินค้า  800
รายได้ค่าบริการ  30,000
ส่วนลดรับ             850
ซื้อสินค้า  60,0000
ส่งคือสินค้า  1,000
ส่วนลดจ่าย       600
ค่าพาหนะ  2,500
 เงินเดือน  9,000
หนี้สงสัยจะสูญ                         250 
ค่าเสื่อมราคา-อุปกรณ์สำนักงาน       900
ค่าเอมราคา-อาคาร    8,000
วัสดุสำนักงานใช้ไป    5,000 
  248,050  248,050


การแก้ไขข้อผิดพลาด

 

ข้อผิดพลาดในทางบัญชีอาจพบได้หลายทาง เช่น พบจากการตรวจสอบบัญชี พบโดยบังเอิญ พบเมื่อทำงบทดลอง

  ข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้แก่ การเขียนสลับตัวเลข เช่น 543 เขียนเป็น 534 การเขียนตัวเลขเลื่อนหลัก เช่น 123.50 เป็น 12.35 หรือ ลืมบันทึกรายการ บันทึกรายการซ้ำ บันทึกผิดบัญชี จำนวนเงินผิดพลาด ผ่านรายการผิดบัญชี รวมยอดผิด ฯลฯ

  การแก้ไขทำได้ 2 กรณีคือ

  1.  กรณียังไม่ได้ปิดบัญชี ให้แก้ไขตามหลักการบัญชีปกติได้ทั้ง ๕ หมวดบัญชี

  2.  กรณีปิดบัญชีแล้ว ในหมวด 1-3 ให้แก้ไขตามหลักการบัญชีปกติ ในหมวด 4-5 ให้แก้ไขร่วมกับหมวด 3 เพราะกำไรขาดทุนได้ถูกโอนไปบัญชีทุนเรียบร้อยแล้ว)


การกลับรายการ (Reversing Entries)

เมื่อปรับปรุงรายการ ณ วันสิ้นงวดบัญชีแล้ว เมื่อขึ้นปีบัญชีใหม่ จะต้องกลับรายการสำหรับบัญชี 4 ประเภทต่อไปนี้

  -  ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

  -  รายได้ค้างรับ

  -  ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า

  -  รายได้รับล่วงหน้า

  ทั้งนี้เมื่อเกิดรายการค้าตามปกติ วิธีการนี้จะทำให้บัญชีมียอดที่ถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงมากที่สุดนั่นเอง

 


วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
๖๗๐ ถ.ธนาลัย ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร : ๐๕๓ - ๗๑๓๐๓๖ โทรสาร : ๐๕๓ - ๗๑๑๕๖๑

นโยบาย |
Generated 0.973791 sec.